การขนย้ายข้าวของส่วนตัวและการส่งของย้ายบ้านจากประเทศไทย กฎศุลกากรแยกตามประเทศปลายทาง

การขนย้ายข้าวของส่วนตัวและการส่งของย้ายบ้านจากประเทศไทย กฎศุลกากรแยกตามประเทศปลายทาง

งานขนย้ายของแต่ละครั้ง มักจะเจอคำถามที่พัสดุทั่วไปไม่เคยต้องเจอ นั่นคือของชิ้นนี้เคยใช้งานมาแล้วจริงไหม หรือว่าซื้อมาใหม่เพื่อเตรียมย้ายบ้านโดยเฉพาะ เพราะหน่วยงานศุลกากรจะมองของใช้ส่วนตัวกับสินค้าทั่วไปไม่เหมือนกัน และความแตกต่างตรงนี้เองที่เป็นตัวชี้ว่าสุดท้ายแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ถ้าเอกสารทำผิดพลาด ต่อให้เป็นแค่กล่องเสื้อผ้าใช้แล้ว หนังสือ หรือเครื่องครัวธรรมดา ๆ ก็อาจถูกคิดภาษีและอากรเหมือนกับเป็นสินค้านำเข้าเชิงพาณิชย์ไปเลย

Dragon Courier คือบริษัทขนส่งระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ ที่รับส่งของใช้ในบ้านและข้าวของส่วนตัวออกจากประเทศไทย โดยคิดราคาแบบรวมภาษีและค่าธรรมเนียมนำเข้าไว้ในราคาเดียว สำหรับคนที่กำลังย้ายไปอยู่ในตลาดหลัก ๆ ปลายทาง บทความนี้จะอธิบายว่าแต่ละประเทศปลายทางต้องการหลักฐานอะไรบ้างจริง ๆ เพื่อให้สินค้าที่ส่งไปถูกนับเป็นข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ไม่ใช่สินค้าขนส่งเชิงพาณิชย์ โดยไล่ดูทีละประเทศ และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าขาดหลักฐานนั้นไป

สหรัฐอเมริกา คือ ประเทศที่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้พำนักที่เดินทางกลับเข้าประเทศ หรือที่เรียกว่า returning resident exemption

สหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้ที่เดินทางกลับเข้าประเทศ นำข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านเข้ามาได้โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ภายใต้พิกัดศุลกากร HTSUS หมวดย่อย 9804.00.45 โดยมีเงื่อนไขว่าของเหล่านั้นต้องเป็นของที่นำติดตัวออกไปใช้งานที่ต่างประเทศมาก่อนแล้วจริง ๆ ไม่ใช่ของที่เพิ่งซื้อใหม่เพื่อนำกลับเข้าประเทศ

ตามกฎของทางการสหรัฐฯ ผู้ที่เดินทางกลับเข้าประเทศแต่ละคนมีสิทธิ์นำ ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในครัวเรือนที่นำติดตัวออกไปต่างประเทศ กลับเข้ามาได้ โดยได้รับการยกเว้นทั้งภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิตภายในประเทศ ภายใต้พิกัดย่อย 9804.00.45

ที่มา: 19 CFR § 148.31, Effects Taken Abroad, Legal Information Institute, Cornell Law School

สินค้าที่มีต้นกำเนิดจากต่างประเทศก็ต้องแจ้งกับหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (US Customs and Border Protection) ก่อนออกเดินทาง ตามกฎเดียวกันนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าของชิ้นนั้นเป็นของผู้เดินทางมาตั้งแต่ก่อนออกทริปแล้ว ส่วนของที่มูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่างอยู่ต่างประเทศ อย่างรองเท้าบูตที่เปลี่ยนพื้นใหม่ หรือเก้าอี้ที่หุ้มผ้าใหม่ ก็จะถูกคิดภาษีจากมูลค่าส่วนที่ซ่อมแซมนั้น เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขสิทธิ์ยกเว้นแยกต่างหากมูลค่า 800 ดอลลาร์สำหรับของที่ได้มาในต่างประเทศ ทาง Dragon Courier ก็จัดส่งเข้าสหรัฐฯ ภายใต้โครงสร้างค่าบริการแบบรวมภาษีเดียวกับที่ใช้กับเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษนั่นเอง

สหราชอาณาจักร สิทธิพิเศษด้านภาษีสำหรับการย้ายถิ่นฐานมาอยู่อาศัย

สหราชอาณาจักรมีสิทธิประโยชน์ที่เรียกว่า Transfer of Residence relief หรือ ToR ซึ่งจะยกเว้นทั้งภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของคนที่ไปใช้ชีวิตอยู่นอกสหราชอาณาจักรมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือนติดต่อกัน โดยต้องยื่นขอหมายเลขอ้างอิงก่อนที่ของจะถูกขนย้ายเข้าประเทศด้วย

ตามกฎของสหราชอาณาจักร คุณจะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ก็ต่อเมื่อคุณพำนักอยู่นอกสหราชอาณาจักรมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือนติดต่อกัน ก่อนถึงวันที่ย้ายเข้ามา

ที่มา: Transfer of residence to Great Britain, GOV.UK

ต้องขนย้ายสินค้าเข้ามาให้ถึงภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ย้าย และนอกเหนือจากกรณีแต่งงานกับกรณีนักเรียน ก็ต้องเป็นของที่ครอบครองมาแล้วอย่างน้อยหกเดือนก่อนหน้านั้น ตามแนวทางเดียวกันนี้ สิทธิยกเว้นนี้ครอบคลุมข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ของใช้ส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ส่วนตัว รวมไปถึงยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง และสัตว์สำหรับขี่ด้วย แต่จะไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบโดยเด็ดขาด และถ้าใบสำแดงนำเข้าไม่มีหมายเลขอ้างอิง ToR1 กำกับอยู่ การขนส่งเข้าสหราชอาณาจักรก็จะถูกจัดเป็นการนำเข้าแบบมาตรฐานทันที ซึ่งต้องเสียทั้งภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ

สหภาพยุโรป การยกเว้นภาษีทรัพย์สินส่วนบุคคลภายใต้กฎระเบียบ 1186/2009

สหภาพยุโรปมีมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าให้กับทรัพย์สินส่วนตัว ในกรณีที่บุคคลย้ายถิ่นที่อยู่ปกติของตนเข้ามาจากนอกกลุ่มสหภาพยุโรป ภายใต้ระเบียบของคณะมนตรี Council Regulation 1186/2009 ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ว่าการย้ายถิ่นฐาน ช่วงเวลาที่ย้าย และการใช้งานสิ่งของเหล่านั้นมาก่อนหน้า ล้วนต้องตรวจสอบผ่านครบทุกข้อ

กฎระเบียบของสหภาพยุโรประบุไว้ว่า สิทธิ์ในการได้รับการยกเว้นนี้ จะให้ได้ก็ต่อเมื่อ บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่ปกติอยู่นอกเขตศุลกากรของประชาคม มาแล้วอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน

ที่มา: Council Regulation (EC) No 1186/2009, Title II, Article 5(1), legislation.gov.uk

ทรัพย์สินต้องเข้ามาในสหภาพยุโรปภายใน 12 เดือนนับจากวันย้ายเข้า จะขนย้ายครั้งเดียวหรือแบ่งส่งหลายรอบก็ได้ ตามมาตรา 7(1) ของกฎระเบียบฉบับเดียวกัน ส่วนมาตรา 4(a) นั้น นอกจากเรื่องความเป็นเจ้าของแล้ว ยังเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการใช้งานเข้ามาด้วย นั่นคือของที่ไม่ใช่ของสิ้นเปลืองจะต้องถูกครอบครองและใช้งานจริงที่อยู่เดิมมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนก่อนวันที่ย้ายออก ไม่ใช่แค่มีใบเสร็จอายุ 6 เดือนเท่านั้น

ออสเตรเลีย เรื่องของใช้ส่วนตัวที่ส่งแยกต่างหากไม่พร้อมตัวผู้เดินทาง และแบบฟอร์ม B534

ออสเตรเลียจัดการขนย้ายของแบบนี้ในหมวด Unaccompanied Personal Effects หรือ UPEs ซึ่งต้องแจ้งผ่านแบบฟอร์ม B534 โดยเส้นแบ่งสำคัญบนแบบฟอร์มนี้คือระยะเวลาการเป็นเจ้าของสินค้า 12 เดือน ถ้าคุณเป็นเจ้าของของชิ้นนั้นมานานเกิน 12 เดือน ของก็จะผ่านพิธีการโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าหรือ GST แต่ถ้าเป็นเจ้าของมาน้อยกว่านั้น ของชิ้นนั้นก็จะถูกประเมินภาษี

กฎของออสเตรเลียกำหนดไว้ว่า สินค้าที่คุณครอบครองมาไม่ถึง 12 เดือน คุณต้องแจ้งสำแดงทุกชิ้น และสินค้าดังกล่าวจะถูกประเมินเพื่อเก็บภาษีและอากรตามนั้น

ที่มา: Unaccompanied Personal Effects Statement, form B534, Australian Border Force

สินค้าที่ผ่านการตรวจสอบนี้ไม่ได้ ก็จะถูกประเมินภาษีนำเข้าและ GST ตอนที่สินค้ามาถึง เหมือนกับพัสดุเชิงพาณิชย์ทั่วไป ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา และเฟอร์นิเจอร์ ทั้งหมดนี้ถือเป็น UPE บุหรี่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยานยนต์ ต้องเสียภาษีนำเข้าอยู่ดี ไม่ว่าจะครอบครองมานานแค่ไหนก็ตาม การจัดส่งไปออสเตรเลียก็ใช้บริการแบบรวมภาษีนำเข้าเช่นเดียวกัน

ของใช้ส่วนตัวของผู้อพยพเข้าเมืองแคนาดา และแบบฟอร์ม B4

ประเทศแคนาดาถือว่าข้าวของเครื่องใช้ของผู้อพยพหรือผู้พำนักที่กลับเข้าประเทศ เป็น settler's effects ตามพิกัดศุลกากรหมวด 9807.00.00 ซึ่งได้รับการยกเว้นทั้งอากรและภาษี เมื่อของเหล่านั้นเป็นของที่เจ้าตัวเป็นเจ้าของ ครอบครอง และใช้งานมาแล้วในต่างประเทศก่อนเดินทางเข้ามา และได้แจ้งไว้ในแบบฟอร์ม B4 ที่ด่านชายแดน

กฎของแคนาดาข้อนี้ครอบคลุมสินค้าที่ผู้ตั้งถิ่นฐานนำเข้ามาเพื่อใช้ในครัวเรือนหรือใช้ส่วนตัว โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ตั้งถิ่นฐานต้องเป็นเจ้าของ ครอบครอง และใช้งานสินค้านั้นมาแล้วจริงในต่างประเทศก่อนที่จะเดินทางเข้าแคนาดา และต้องนำสินค้านั้นติดตัวเข้ามาพร้อมกับตนเองในตอนที่เดินทางถึงแคนาดาด้วย

ที่มา: Memorandum D2-2-1, Settlers' Effects, Canada Border Services Agency

สำหรับของที่มาถึงทีหลัง คือของที่ทยอยตามมา ก็ให้ลงรายการไว้ใน B4 ใบเดียวกันได้เลย และไม่มีกำหนดตายตัวว่าต้องนำเข้ามาภายในกี่วัน ตามที่ระบุไว้ในบันทึกฉบับเดียวกันนี้ ส่วนของที่ซื้อใหม่แล้วแพ็คมาเพื่อการย้ายบ้านโดยเฉพาะนั้น ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ และต้องเสียภาษีเหมือนของนำเข้าทั่วไป

สิ่งที่ทำให้การขนย้ายของแบบย้ายที่อยู่ (relocation shipment) แตกต่างจากการขนส่งเชิงพาณิชย์

ของที่ส่งไปเพื่อย้ายบ้านกับของที่ส่งไปเพื่อขายเชิงพาณิชย์ อาจเป็นกล่องแบบเดียวกันเป๊ะ แต่แนบเอกสารคนละชุดกัน ทางศุลกากรต้องการให้แจ้งมูลค่าตามสภาพของที่ใช้แล้ว ไม่ใช่ราคาขายต่อ ต้องมีรายการสินค้าครบทุกชิ้นในกล่อง และต้องมีหลักฐานยืนยันว่าผู้ส่งกำลังย้ายที่อยู่จริง ๆ ไม่ใช่การขนย้ายสต๊อกสินค้า

ใบแจ้งราคาสินค้าเชิงพาณิชย์ หรือ commercial invoice จะระบุราคาขายเอาไว้ แต่แบบฟอร์มแจ้งของใช้ส่วนตัว อย่าง CBP Form 3299 ของสหรัฐฯ, ToR1 ของสหราชอาณาจักร, form B534 ของออสเตรเลีย หรือ form B4 ของแคนาดา กลับไม่ได้ถามเรื่องราคาเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่มันถามคือคุณเป็นเจ้าของของแต่ละชิ้นมานานแค่ไหน และเคยใช้งานที่ไหนมาบ้าง ถ้าคุณไม่มีหลักฐานตรงนี้มายืนยัน ทุกระบบที่กล่าวมาข้างต้นจะปรับไปใช้การพิจารณาแบบสินค้าพาณิชย์ทันที นั่นหมายความว่าคุณต้องเสียทั้งภาษีศุลกากรและภาษีอื่น ๆ ตามมูลค่าที่แจ้งไว้ โดยไม่มีการยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น

ศุลกากรมีอำนาจในการระงับหรือจำกัดสินค้าอะไรได้บ้าง

เหล้า บุหรี่ และยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ไม่เข้าเงื่อนไขสิทธิยกเว้นของใช้ส่วนตัวที่พูดมาทั้งหมดข้างต้นเลย ไม่ว่าจะครอบครองมานานแค่ไหนก็ตาม ของเหล่านี้ยังต้องเสียภาษีหรือถูกจำกัดอยู่ดี ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมนั้นก็มีกฎของตัวเองแยกออกไปต่างหาก ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องภาษีศุลกากรเลยแม้แต่น้อย

กฎความปลอดภัยของสายการบินระบุไว้ว่า แบตเตอรี่สำรองไม่อนุญาตให้ใส่ไว้ในกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่อง

ที่มา: Passengers Travelling with Lithium Batteries, IATA

สำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ กฎของ IATA มีข้อบังคับใหม่เพิ่มเข้ามาอีกข้อ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป นั่นคือแบตเตอรี่ที่บรรจุอยู่ในตัวอุปกรณ์ที่มันจ่ายไฟให้ ต้องมีระดับการชาร์จไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป แบตเตอรี่ของเครื่องมือไฟฟ้า หรือโทรศัพท์มือถือ ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ในตัวตามกฎข้อนี้ทั้งสิ้น ไม่ใช่แบตเตอรี่สำรอง

ระบอบพิธีการศุลกากรสำหรับของใช้ส่วนตัว แยกตามแต่ละตลาด

ในสหรัฐอเมริกา สิทธิพิเศษที่ใช้ได้ในกรณีนี้ก็คือ Returning resident exemption ตามรหัส HTSUS 9804.00.45 เงื่อนไขหลักคือ ของที่นำติดตัวไปต้องเป็นของที่นำออกไปใช้งานที่ต่างประเทศแล้วจริง ๆ ไม่ใช่ของที่เพิ่งซื้อมาเพื่อใช้ในทริปนี้ และเอกสารที่ต้องเตรียมไว้ก็คือ CBP Form 3299

สำหรับสหราชอาณาจักร สิทธิพิเศษหรือมาตรการที่ใช้คือ Transfer of Residence relief หรือ ToR เงื่อนไขหลักก็คือ ต้องพำนักอยู่ต่างประเทศมาแล้ว 12 เดือน ของที่นำเข้าต้องเป็นของที่ครอบครองมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และต้องนำเข้ามาภายใน 12 เดือน ส่วนเอกสารที่ต้องใช้คือหมายเลขอ้างอิง ToR1

ในกรณีของสหภาพยุโรปหรือ EU สิทธิที่จะได้รับคือการยกเว้นภาษีสำหรับทรัพย์สินส่วนตัว ตามระเบียบ 1186/2009 เงื่อนไขหลักคือ ต้องพำนักอยู่นอกสหภาพยุโรปมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน มีการใช้งานทรัพย์สินนั้นมาก่อนแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และต้องนำเข้ามาภายใน 12 เดือน ส่วนเอกสารที่ต้องใช้ คือใบสำแดงศุลกากรพร้อมหลักฐานการย้ายถิ่นที่อยู่

ในออสเตรเลีย มีสิทธิพิเศษที่เรียกว่า Unaccompanied Personal Effects (UPE) หรือของใช้ส่วนตัวที่ส่งตามมาทีหลัง เงื่อนไขหลักคือ ของที่นำเข้าต้องเป็นของที่คุณครอบครองมาแล้วมากกว่า 12 เดือนก่อนวันที่เดินทางออก และเอกสารที่ต้องใช้ยื่นคือแบบฟอร์ม B534

สำหรับประเทศแคนาดา มีสิทธิพิเศษที่เรียกว่า Settler's effects ซึ่งจัดอยู่ในพิกัดศุลกากรหมายเลข 9807.00.00 เงื่อนไขหลักคือ ของชิ้นนั้นต้องเป็นของที่คุณเป็นเจ้าของ ครอบครอง และใช้งานอยู่แล้วในต่างประเทศ ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาถึงแคนาดา และเอกสารที่ต้องใช้ยื่นก็คือแบบฟอร์ม B4

ที่มา: 19 CFR § 148.31 (Cornell Law School) · GOV.UK, Transfer of residence to Great Britain · Regulation (EC) No 1186/2009 (legislation.gov.uk) · Australian Border Force, Unaccompanied Personal Effects Statement form B534 · CBSA Memorandum D2-2-1

วิธีที่ Dragon Courier จัดการเรื่องนี้

Dragon Courier ให้บริการจัดส่งกล่องย้ายบ้านในรูปแบบเหมารวมภาษีและอากรเหมือนกับที่ใช้กับเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ ครอบคลุมการจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การส่งกล่องแต่ละครั้งต้องใช้แค่รายละเอียดของสิ่งของข้างใน พร้อมชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้รับเท่านั้น ไม่ต้องมีอะไรมากไปกว่านั้น และไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกก่อนเริ่มใช้งานด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องราคาจะคิดจากน้ำหนักและขนาดของพัสดุ แล้วค่อยคำนวณออกมาตามประเทศปลายทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น และโดยทั่วไปแล้วน้ำหนักพัสดุที่รับส่งจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1 กิโลกรัมไปจนถึง 30 กิโลกรัม

การรับพัสดุนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่ ส่วนการส่งพัสดุด้วยตัวเองสามารถทำได้ถึงเวลา 17:00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ สำหรับของแตกง่ายหรือของมีค่า ผู้ส่งต้องเป็นคนแพ็กให้เรียบร้อยเอง แต่ถ้าจำเป็น Dragon Courier ก็จะช่วยแพ็กใหม่ ใส่กล่องและถุงของทางบริษัทเอง ซึ่งทำมาให้แข็งแรงกว่าเดิมสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศโดยเฉพาะ พัสดุทุกชิ้นมีประกันครอบคลุมกรณีของสูญหาย ตามมูลค่าที่ผู้ส่งแจ้งไว้ตอนจองส่ง แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่เกิดกับพัสดุทั่วไป จะไม่อยู่ในความคุ้มครอง ในวันที่ส่งออก จะมีระบบติดตามสถานะให้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และเมื่อกล่องไปถึงที่หมายแล้ว ก็จะมีไฟล์ยืนยันการส่งมอบตามมาให้ด้วย และเมื่อพัสดุถูกส่งออกไปแล้ว ที่อยู่ปลายทางจะถูกล็อกไว้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับกล่องที่ส่งไปยังบ้านใหม่ในกรณีย้ายที่อยู่ มากกว่าพัสดุทั่วไปที่ส่งกันตามปกติ

เกี่ยวกับ Dragon Courier

Dragon Courier เป็นบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ ที่ส่งของจากประเทศไทยไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 200 แห่งทั่วโลก ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากงานตัดเย็บเสื้อผ้าเมื่อ 30 ปีก่อน และดำเนินงานโดยทีมผู้บริหารชุดเดิมมาตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่นั้น มาถึงวันนี้ มีการจัดส่งมากกว่า 20,000 ชิ้นต่อเดือน โดยรวมภาษีศุลกากรและภาษีต่าง ๆ ไว้ให้แล้วในตลาดหลัก ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีบัญชีก่อนไหม ถ้าจะส่งของใช้ส่วนตัวออกจากประเทศไทย

ไม่ครับ ไม่ต้องสมัครสมาชิกก่อนก็เริ่มส่งของกับ Dragon Courier ได้เลย ส่วนงานขนย้ายแบบครั้งเดียวนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือรายการสิ่งของที่จะส่ง พร้อมชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้รับ ส่วนเรื่องราคาก็คิดจากน้ำหนักและขนาดของพัสดุ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใด ๆ ทั้งสิ้น

ที่อยู่จัดส่งเปลี่ยนได้ไหม หลังจากที่กล่องถูกส่งออกไปแล้ว

ไม่ครับ ที่อยู่จะไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้วเมื่อพัสดุถูกส่งออกไปแล้ว ดังนั้นก่อนที่กล่องจะออกจากประเทศไทย ต้องยืนยันที่อยู่ใหม่ของผู้รับให้เรียบร้อยก่อน เพราะพัสดุที่เป็นการย้ายที่อยู่แบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกส่งไปยังที่อยู่ที่ผู้ส่งไม่เคยใช้มาก่อน

การขนย้ายของแบบนี้ มีประกันครอบคลุมกรณีของสูญหายด้วยไหม

ใช่ครับ ทุกการจัดส่งต้องมีประกันภัยเสมอ ซึ่งจะครอบคลุมกรณีของสูญหาย ตามมูลค่าที่ผู้ส่งเป็นคนระบุไว้ตอนจองส่ง ส่วนความเสียหายที่เกิดกับการจัดส่งแบบปกติ จะไม่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์นี้

Dragon Courier รับผิดชอบเรื่องการดำเนินพิธีการศุลกากรตอนของมาถึงปลายทางด้วยไหม

ใช่ครับ บริการหลักของเราคือการจัดส่งแบบถึงหน้าประตูบ้าน ซึ่งรวมภาษีและอากรนำเข้าไว้ในราคาแล้ว ครอบคลุมพื้นที่สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้รับปลายทางจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ เมื่อสินค้ามาถึง

ถ้าของใช้ส่วนตัวที่ส่งมาถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากรล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น

ดราก้อนคูเรียร์จะตรวจสอบสาเหตุและเร่งดำเนินการให้พัสดุออกไปโดยเร็วที่สุด แต่ถ้ามีความล่าช้าเกิดขึ้น ทางบริษัทจะไม่มีการชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ การแจ้งรายละเอียดสิ่งของภายในกล่องให้ถูกต้อง พร้อมกับหลักฐานการย้ายบ้าน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนที่กล่องจะถูกส่งออก

ข้อมูลติดต่อและการดร็อปออฟ

ของในกล่องมีอะไรบ้างและจะส่งไปที่ไหน แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับขอใบเสนอราคาแล้ว ติดต่อได้ที่ Office +66 2656 9019 หรือทาง WhatsApp และ LINE ที่เบอร์ +66 6-5937-0812 หรืออีเมล info@dragoncourier.com

การส่งของทำได้ถึงเวลา 17:00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ที่สำนักงานกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท ซอย 4 (อาคาร Crystal Garden ชั้น 3 เลขที่ 217/3 คลองเตย 10110) หรือที่สำนักงานเชียงใหม่ บนถนนเวียงบัว ส่วนบริการรับของถึงที่ สามารถนัดหมายได้ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา ตามวันและเวลาที่สะดวก

กำลังส่งของจากประเทศไทยใช่ไหม

บอกเราว่าคุณจะส่งอะไรและไปที่ไหน แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม

ขอใบเสนอราคา