
พัสดุจากไทยไปไนจีเรียจะส่งทางเครื่องบิน และใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 8 วันในการเดินทางผ่านเครือข่ายของ Dragon Courier ไนจีเรียนั้นทำงานต่างจากอเมริกา อังกฤษ แคนาดา หรือออสเตรเลีย เพราะในเส้นทางเหล่านั้น ค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มถูกรวมอยู่ในค่าขนส่งเรียบร้อยแล้ว ผู้รับปลายทางจึงไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มตอนพัสดุมาถึง แต่สำหรับไนจีเรีย ค่าขนส่งที่จ่ายไปนั้นครอบคลุมแค่ค่าเที่ยวบินกับการตรวจปล่อยสินค้าออกจากฝั่งไทยเท่านั้น ส่วนศุลกากรไนจีเรียจะเป็นคนเรียกเก็บค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้รับเองอีกทีหลังพัสดุลงจอดแล้ว
มูลค่าที่แจ้งไว้นั่นแหละ คือตัวตัดสินว่าบิลที่สองจะเป็นอย่างไร ถ้าแจ้งถูกต้อง ผู้รับปลายทางก็จะรู้ล่วงหน้าว่าต้องเจอกับอะไร ถ้าตั้งมูลค่าให้ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภาษีของไนจีเรีย ก็ไม่ต้องเสียอะไรเลยสักบาท แต่ถ้าเขียน "gift" แล้วใส่ตัวเลขกลม ๆ แทนของจริง พัสดุก็ต้องรอ ในขณะที่คนที่ลากอสต้องมานั่งหาคำตอบว่าจริง ๆ แล้วของชิ้นนี้คืออะไรกันแน่
สิ่งที่การส่งของไปไนจีเรียต้องมีจากผู้ส่ง
Dragon Courier ต้องการแค่รายละเอียดของสิ่งของในพัสดุ พร้อมกับชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้รับเท่านั้น ไม่ต้องมีอะไรเพิ่มเติมไปกว่านี้ ไม่ต้องเปิดบัญชีใด ๆ และไม่มีการจำกัดปริมาณด้วย
สำหรับไนจีเรีย เรื่องที่ต้องทำให้ถูกต้องคือมูลค่าที่แจ้งไว้ เพราะศุลกากรไนจีเรียจะคิดภาษีนำเข้าจากมูลค่าแบบ CIF ซึ่งก็คือราคาสินค้าบวกกับค่าขนส่งและค่าประกันภัยรวมกัน ดังนั้นถ้าตัวเลขที่แจ้งไปตรงตามความจริง ผู้รับปลายทางก็จะได้บิลที่ถูกต้องตรงไปตรงมาเช่นกัน ส่วนพัสดุส่วนบุคคลที่มีมูลค่า 300 ดอลลาร์สหรัฐหรือต่ำกว่านั้น จะผ่านพิธีการโดยไม่ต้องเสียทั้งภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้รับแต่ละคนใช้สิทธิ์นี้ได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปี
รายละเอียดของสินค้าที่แจ้งไว้นั้นสำคัญไม่แพ้มูลค่าที่สำแดงเลย อาหาร ยา และเครื่องสำอาง จะอยู่ในความดูแลของ NAFDAC ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่น จะอยู่ในความดูแลของ SONCAP การระบุชื่อสินค้าจริง ๆ นี่แหละ ที่เป็นตัวกำหนดว่ากล่องจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าใช้ "Gift" หรือ "item" แทน กล่องนั้นก็จะถูกส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแทน
พัสดุเดินทางยังไงกันแน่
ทุกอย่างขนส่งทางอากาศทั้งหมด โดย Dragon Courier จะดูแลเรื่องการส่งออกจากประเทศไทย จัดทำเอกสาร และดำเนินพิธีการศุลกากรให้เอง ก่อนจะจองส่งพัสดุเข้าเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศรายใหญ่ อย่าง UPS, FedEx หรือ DHL แล้วแต่เส้นทาง เพื่อกระจายสินค้าต่อภายในไนจีเรีย
Dragon Courier ไม่มีการเก็บลายเซ็นตอนส่งของ เพราะลายเซ็นนี่แหละที่มักเป็นตัวทำให้การจัดส่งล่าช้า ระบบติดตามพัสดุจะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ส่งออก และผู้ส่งสามารถส่งต่อข้อมูลนี้ให้ผู้รับได้เลย พอส่งของเสร็จเรียบร้อย Dragon Courier จะอัปเดตไฟล์เพื่อแสดงหลักฐานการจัดส่ง แล้วส่งไฟล์นั้นให้ทันที
การขนส่งใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 8 วัน ตรงนี้นับเฉพาะเที่ยวบินกับขั้นตอนผ่านศุลกากรขาออกของฝั่งไทยเท่านั้น ยังไม่รวมเวลาที่ศุลกากรไนจีเรียอาจกักพัสดุไว้ที่ปลายทาง ซึ่งขึ้นอยู่กับเอกสารที่ใช้ ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าต้องขออนุมัติจาก NAFDAC หรือ SONCAP หรือไม่ และขึ้นอยู่กับว่าจะจ่ายภาษีนำเข้าได้เร็วแค่ไหนด้วย
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย
ราคานี้คำนวณจากน้ำหนักและขนาดพัสดุ อ้างอิงราคาสำหรับประเทศปลายทาง ตามไพรซ์ลิสต์วันที่ 3 สิงหาคม 2026 ครอบคลุมค่าขนส่งทางเครื่องบิน การผ่านพิธีการส่งออกจากไทย และการส่งมอบให้เครือข่ายระหว่างประเทศในไนจีเรีย แต่ไม่ครอบคลุมภาษีนำเข้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทางศุลกากรไนจีเรียจะเรียกเก็บจากผู้รับปลายทางเองเมื่อของถึง
น้ำหนัก 0.5 กิโลกรัม ค่าขนส่งอยู่ที่ 1,862 บาท
น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ค่าขนส่งอยู่ที่ 2,882 บาท
น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ค่าขนส่งอยู่ที่ 3,983 บาท
ค่าขนส่ง (Freight) สำหรับน้ำหนัก 5 กิโลกรัม อยู่ที่ 7,295 บาท
10 กิโลกรัม ค่าขนส่ง (บาท) อยู่ที่ 13,027 บาท
ค่าขนส่ง 20 กิโลกรัม อยู่ที่ 18,521 บาท
30 กิโลกรัม ค่าขนส่งอยู่ที่ 23,418 บาท
เกิน 30 กิโลกรัมขึ้นไป ทางออฟฟิศจะแจ้งราคาให้โดยตรงเลย
ขนาดของกล่องก็มีผลไม่แพ้น้ำหนักเลยครับ เพราะการคิดค่าส่งเขาจะดูว่าค่าไหนมากกว่ากันระหว่างน้ำหนักจริงกับพื้นที่ที่กล่องนั้นไปกินในระวางเก็บของ ดังนั้นกล่องที่เบาแต่มีขนาดใหญ่เทอะทะ ก็อาจทำให้ค่าส่งแพงกว่าตัวเลขที่ขึ้นบนตาชั่งซะอีก
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับการจัดส่งด่วน และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับที่อยู่ที่ห่างไกลด้วยเช่นกัน ไม่มีส่วนลดให้ใครเป็นพิเศษทั้งนั้น ราคาเดียวใช้กับลูกค้าทุกคนเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นพัสดุชิ้นแรกหรือชิ้นที่ห้าสิบก็ตาม
การชำระเงินนั้น ลูกค้าทุกคนสามารถจ่ายเป็นเงินสดหรือโอนผ่านธนาคารก็ได้ โดยต้องชำระก่อนส่งออกสินค้าทุกครั้ง และในส่วนของใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จนั้น ทาง Dragon Courier สามารถออกให้ได้ตามที่ผู้ส่งต้องการเลย
ค่าธรรมเนียมนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายเมื่อสินค้าถึงไนจีเรียนั้น มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่กันบ้าง
ภาษีนำเข้าของไนจีเรีย เขาคิดกันจากมูลค่า CIF ก็คือเอาราคาสินค้า ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย มารวมกันทั้งหมด ไม่ใช่คิดจากราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว
ตามข้อมูลจาก Nigeria - Corporate - Other taxes, taxsummaries.pwc.com ระบุไว้ว่า ภาษีศุลกากรของไนจีเรียนั้น จะเก็บเฉพาะกับสินค้านำเข้าเท่านั้น อัตราภาษีก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5% ถึง 35% และจะประเมินโดยอ้างอิงจากระบบพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์ที่ใช้กันอยู่ หรือที่เรียกว่า HS code " and "ส่วนอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานนั้นอยู่ที่ 7.5%
ปลายด้านไหนของแถบนั้นที่จะใช้ ก็ขึ้นอยู่กับรหัส HS ของสิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นเอง
พัสดุส่วนตัวชิ้นเล็ก ๆ ส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย เพราะคณะกรรมการศุลกากรไนจีเรียได้กำหนดเกณฑ์ยกเว้นภาษีเอาไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2025
ตามแถลงการณ์เรื่อง De Minimis Threshold จากเว็บไซต์ fmino.gov.ng ลงวันที่ 7 กันยายน 2025 ระบุว่า หลังจากคณะกรรมการได้ทบทวนแนวทางปฏิบัติที่คล้ายกันในหลายทวีปอย่างละเอียดแล้ว ก็ได้อนุมัติให้ 300 ดอลลาร์เป็นเกณฑ์ De Minimis อย่างเป็นทางการของไนจีเรีย โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่" effective "วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2025" and "และจำกัดไว้ที่การนำเข้าไม่เกินสี่ครั้งต่อปี
300 ดอลลาร์สหรัฐหรือต่ำกว่านั้น ปีละ 4 ครั้ง โดยนับตามจำนวนผู้รับ ไม่ใช่นับตามจำนวนพัสดุ
ผู้รับส่วนใหญ่จะจ่ายเงินกันที่ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งทาง NIPOST ก็มีขั้นตอนต่าง ๆ แจ้งไว้ให้แล้ว
แจ้งจาก FAQ ของ nipost.gov.ng อัปเดตล่าสุดวันที่ 29 สิงหาคม 2025 ระบุว่า ให้แสดงบัตรประจำตัวที่ยังไม่หมดอายุ แจ้งหมายเลขติดตามพัสดุ 9 หลัก ตรวจดูพัสดุให้แน่ใจว่าไม่มีความเสียหาย ชำระเงินตามยอดที่ระบุไว้ทั้งหมด รับใบเสร็จการชำระเงินไว้ แล้วก็รับพัสดุได้เลย" with payment "โดยจ่ายเป็นเงินสดหรือผ่านเครื่อง POS ที่ทำการไปรษณีย์
เกือบทุกอย่างที่นำเข้ามา ถือว่าต้องเสียภาษี
ตามข้อมูลจากหน้า FAQ ของ nipost.gov.ng ซึ่งอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2025 พัสดุทุกชิ้นจะต้องเสียภาษีนำเข้าทั้งหมด ยกเว้นในบางกรณีที่เป็นสิ่งของพิเศษที่ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งได้แก่ เอกสารสำหรับผู้พิการทางสายตา และถุงเมล์ทางการทูต
สิ่งที่ห้ามส่งไปไนจีเรีย มีอะไรบ้าง
มีของอยู่หลายอย่างที่ Dragon Courier ไม่ส่งไปยังประเทศไหนเลย ไม่ว่าจะเป็นของที่เกี่ยวกับศาสนา แบตเตอรี่ และของผิดกฎหมายต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้มีแค่นี้เท่านั้น ส่วนไนจีเรียเองก็ยังมีรายการของต้องห้ามเพิ่มเติมของตัวเองอีกด้วย
อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และน้ำดื่มบรรจุขวด สถานะโดยทั่วไปคือ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ NAFDAC
เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่น สถานะโดยทั่วไปคือ อยู่ภายใต้การควบคุมของ SONCAP
ต้นไม้มีชีวิต โดยทั่วไปแล้วต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary certificate) กำกับด้วย
เอกสารต่าง ๆ เสื้อผ้า และของใช้ทั่วไป ส่วนสถานะที่พบได้บ่อยก็คือ โดยทั่วไปแล้วไม่มีข้อจำกัดอะไร
SONCAP จับได้มากกว่าที่พ่อค้าแม่ค้าคิดไว้ซะอีก แม้แต่ของที่ส่งไปเป็นของขวัญก็นับรวมด้วยเช่นกัน
ตามข้อมูลใน SONCAP FAQ จาก son.gov.ng สินค้าทุกชิ้นที่จะเข้าประเทศไนจีเรีย แม้กระทั่งของที่บริจาค ก็ต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้วย
การส่งของที่เข้าข่ายควบคุม โดยไม่ผ่านการรับรองก่อน นั้นมีค่าใช้จ่ายตามมาด้วย
ตามข้อมูลใน SONCAP FAQ ของเว็บไซต์ son.gov.ng ระบุไว้ว่า SONCAP Default จะถูกเรียกเก็บในอัตรา 20% ของมูลค่า CIF ของสินค้าที่นำเข้า หรือ 2 ล้านไนรา แล้วแต่ว่าจำนวนไหนจะสูงกว่ากัน
บริการส่งออกต้นไม้ของ Dragon Courier จะช่วยจัดการเอกสารด้านสุขอนามัยพืช หรือที่เรียกกันว่า phytosanitary paperwork ให้กับสินค้าประเภทต้นไม้ ก่อนที่จะถูกส่งออกจากประเทศไทย เพียงแค่ระบุให้ชัดเจนว่าในกล่องมีอะไรบ้าง แค่นี้เรื่องส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นแค่ขั้นตอนทำเอกสารธรรมดา ๆ ไม่ใช่จุดที่ทำให้สินค้าถูกระงับหรือค้างอยู่กลางทางอีกต่อไป
เมื่อมีบางอย่างผิดพลาดขึ้นมา
เมื่อพัสดุเกิดปัญหาระหว่างการจัดส่ง สิ่งแรกที่ Dragon Courier ทำ คือ ตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเร่งดำเนินการให้พัสดุกลับมาเคลื่อนตัวต่อได้อีกครั้ง สำหรับพัสดุนั้น มีประกันภัยให้ และประกันนี้จะคุ้มครองกรณีพัสดุสูญหาย แต่ Dragon Courier จะไม่จ่ายค่าชดเชยในกรณีที่พัสดุเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือมีของขาดหายไปจากพัสดุ ส่วนกรณีเหล่านี้ Dragon Courier จะทำการสืบสวนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก แต่จะไม่มีการจ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
ของที่แตกง่ายหรือของมีค่า ให้ห่อให้ดี ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วก็อย่าลืมซื้อประกันไว้ด้วย
หากการจัดส่งล่าช้า Dragon Courier จะตรวจสอบสาเหตุและเร่งดำเนินการจัดส่งพัสดุให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ Dragon Courier ไม่มีการชดเชยค่าเสียหายในกรณีที่การจัดส่งล่าช้า ส่วนหลักฐานการจัดส่ง (proof of delivery) จะแสดงให้เห็นว่าการจัดส่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพัสดุถึงมือผู้รับหรือบริษัทที่ถูกต้องจริง
Dragon Courier ไม่สามารถเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งได้หลังจากส่งออกข้อมูลไปแล้ว ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดีก่อนที่กล่องจะออกจากคลัง ส่วนเรื่องว่ากรณีไหนได้รับเงินคืนและกรณีไหนไม่ได้ ก็มีระบุไว้ในนโยบายการคืนเงินและการยกเลิกอยู่แล้ว ถ้าพัสดุไปตกค้างอยู่ที่ศุลกากร จะเกิดอะไรขึ้นก็อธิบายไว้ในคู่มือเรื่องพัสดุสูญหาย ล่าช้า หรือติดอยู่ที่ศุลกากร และหลักการเดียวกันนี้ก็ใช้ได้กับกรณีที่สินค้าส่งไปไนจีเรียแล้วถูกกักไว้เพื่อตรวจสอบตามมาตรฐาน NAFDAC หรือ SONCAP ด้วยเช่นกัน
หากมีปัญหาหรือต้องการเคลม แค่ส่งข้อความมาที่ทีมงาน แล้ว Dragon Courier จะจัดการให้เอง
เกี่ยวกับ Dragon Courier
Dragon Courier คือบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ ที่ส่งของจากประเทศไทยไปยังปลายทางกว่า 200 แห่งทั่วโลก Dragon Courier ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว และบริหารงานโดยทีมผู้บริหารชุดเดิมมาตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่นั้น เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจของคนอังกฤษ และตอนนี้กลายเป็นธุรกิจที่บริหารโดยครอบครัวคนไทย ทุกวันนี้มียอดส่งมากกว่า 20,000 ชิ้นต่อเดือน
ในกรณีของไนจีเรีย ทาง Dragon Courier จะเป็นคนดูแลเรื่องการส่งออกจากไทย จัดการเอกสารและพิธีการศุลกากรให้เองทั้งหมด จากนั้นค่อยจองพัสดุเข้าเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็น UPS, FedEx หรือ DHL ที่รับช่วงต่อในการจัดส่งจริง ส่วนภาษีนำเข้าและ VAT นั้น ผู้รับปลายทางจะเป็นคนจ่ายตอนของถึง ไม่ได้ถูกรวมไว้ในค่าขนส่งตั้งแต่แรก ซึ่งลักษณะแบบนี้จะมีอยู่แค่บางเส้นทางเท่านั้น และไนจีเรียก็เป็นหนึ่งในนั้น
Dragon Courier ยังเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกต้นไม้มีชีวิตรายใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นผู้ให้บริการขนส่งชั้นนำสำหรับผู้ขายบน eBay และ Etsy ที่อยู่ในประเทศไทยด้วย ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้มักเจอกับ NAFDAC และ SONCAP บ่อยกว่าคนอื่น ๆ
คำถามที่พบบ่อย
มีคำตอบเพิ่มเติมอีกมากมาย ทั้งเรื่องบริการและปลายทางต่าง ๆ อยู่ในหน้า FAQ
คนติดต่อที่ไนจีเรียต้องเสียภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุนี้ไหม
ปกติแล้วก็ครอบคลุมค่ะ ค่าขนส่งที่จ่ายไปนั้นครอบคลุมทั้งค่าเที่ยวบินและการตรวจปล่อยสินค้าขาออกจากไทยเรียบร้อยแล้ว แต่พอสินค้าไปถึงฝั่งไนจีเรีย ศุลกากรไนจีเรียจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้รับปลายทางอีกทีหนึ่ง ยกเว้นในกรณีที่มูลค่าที่สำแดงไว้อยู่ที่หรือต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภาษีของไนจีเรียซึ่งอยู่ที่ 300 ดอลลาร์
ค่าส่งของจากไทยไปไนจีเรีย ราคาเท่าไหร่กันแน่
ราคาส่งของอยู่ในลิสต์ราคาวันที่ 3 สิงหาคม 2026 เริ่มต้นที่ 1,862 บาท สำหรับน้ำหนัก 0.5 กิโลกรัม ไปจนถึง 23,418 บาท สำหรับน้ำหนัก 30 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักที่เกิน 30 กิโลกรัมขึ้นไป ทางออฟฟิศจะแจ้งราคาให้โดยตรงเป็นกรณีไป และราคาทั้งหมดที่ว่ามานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมที่ศุลกากรไนจีเรียจะเรียกเก็บจากผู้รับปลายทางอีกด้วย
การขนส่งจากไทยไปไนจีเรียใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาสำหรับการขนส่งทางเครื่องบินและการผ่านพิธีการส่งออกของฝั่งไทยนั้น อยู่ที่ประมาณ 5 ถึง 8 วัน ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น คือการผ่านพิธีการศุลกากรฝั่งไนจีเรีย ยังไม่ได้รวมอยู่ในระยะเวลานี้ เพราะขึ้นอยู่กับเอกสารที่ต้องเตรียม และขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นต้องขอการรับรองจาก NAFDAC หรือ SONCAP หรือไม่
มีสิทธิ์ยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุที่ส่งเข้าประเทศไนจีเรียหรือไม่
ใช่ครับ พัสดุส่วนบุคคลที่มีมูลค่าไม่เกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐ จะผ่านพิธีการโดยไม่ต้องเสียทั้งภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีเงื่อนไขว่าผู้รับแต่ละคนใช้สิทธิ์นี้ได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ส่วนพัสดุที่มูลค่าเกินกว่านั้น จะต้องเสียภาษีศุลกากรในอัตรา 5 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า CIF ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7.5 เปอร์เซ็นต์
มีสินค้าอะไรบ้างที่ส่งไปไนจีเรียไม่ได้
อาหาร ยา และเครื่องสำอาง จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ NAFDAC ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่น จะอยู่ภายใต้ SONCAP และ SONCAP นี้ครอบคลุมทุกชิ้น แม้แต่ของที่ส่งเป็นของขวัญก็ไม่เว้น ทั้งสองกรณีต้องมีเอกสารประกอบให้ครบ และทาง Dragon Courier ก็พร้อมให้คำแนะนำเรื่องนี้ได้ก่อนที่คุณจะทำการจอง
รายชื่อผู้ติดต่อและการหลุดออกกลางทาง
เพียงแค่บอกรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ในกล่องและปลายทางที่จะส่งไป ก็เพียงพอสำหรับการขอใบเสนอราคาเส้นทางไนจีเรียแล้ว ติดต่อได้ที่สำนักงาน +66 2656 9019 หรือทาง WhatsApp และ LINE ที่ +66 6-5937-0812 หรือ info@dragoncourier.com
การส่งของนั้น เปิดรับถึงเวลา 17.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ โดยสามารถนำไปส่งได้ที่สำนักงานกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท ซอย 4 (อาคาร Crystal Garden เลขที่ 217/3 ชั้น 3 คลองเตย 10110) หรือที่สำนักงานเชียงใหม่ บนถนนเวียงบัว ส่วนใครที่สะดวกให้ไปรับถึงที่ ก็สามารถนัดหมายวันและเวลาที่เหมาะสมได้ ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา
กำลังส่งของจากประเทศไทยใช่ไหม
บอกเราว่าคุณจะส่งอะไรและไปที่ไหน แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม
ขอใบเสนอราคา


