
ตัวอย่างเช่น สินค้าตัวอย่างหนึ่งพาเลท อะไหล่สิบกล่อง หรือสินค้าสำเร็จรูปหนึ่งลัง ที่ต้องส่งออกจากประเทศไทย จะเดินทางออกไปได้สองทางเท่านั้น ทางแรกคือส่งเป็น air cargo โดยจองผ่าน freight forwarder และทางที่สองคือส่งเป็นพัสดุแบบ courier ภายใต้การจองแบบ door to door เพียงจุดเดียว ทั้งสองช่องทางนี้ใช้เอกสารการขนส่งที่ต่างกัน สูตรคำนวณน้ำหนักที่ต่างกัน และโครงสร้างราคาที่ต่างกันด้วย
ดราก้อน คูเรียร์ (Dragon Courier) เป็นบริษัทขนส่งที่ตั้งฐานอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งขนส่งสินค้าทางอากาศเพียงอย่างเดียว และดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรด้วยตัวเอง ดังนั้นการขนส่งทุกครั้งของบริษัทจึงอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของฝ่ายขนส่งทั้งหมด ส่วนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กล่าวถึงด้านล่างนี้ มาจาก IATA, HMRC, Blue Dart และพอร์ทัลการค้าของไทย โดยยกมาตามที่มีการเขียนไว้จริง
เอกสารที่ทำให้การขนส่งสินค้าทางอากาศ (air cargo) แตกต่างจากการส่งแบบคูเรียร์ (courier) คืออะไรกันแน่
การส่งของแบบคูเรียร์นั้น จะใช้ใบตราส่งเพียงใบเดียว ที่ครอบคลุมทั้งการรับของ การขนส่งทางเครื่องบิน และการนำส่งปลายทาง ไว้ในสัญญาฉบับเดียวกันเลย ในขณะที่การขนส่งสินค้าทางอากาศแบบ air cargo จะแบ่งการเดินทางเดียวกันนี้ออกเป็นสองเอกสาร คือ Master Air Waybill ซึ่งเป็นเอกสารระหว่างผู้รับจัดการขนส่งกับสายการบิน และ House Air Waybill ซึ่งเป็นเอกสารระหว่างผู้รับจัดการขนส่งกับผู้ส่งของ
ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ หรือ Air Waybill (AWB) ถือเป็นเอกสารสำคัญในธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ เพราะเป็นตัวสัญญาการขนส่งระหว่างผู้ส่งกับผู้ให้บริการขนส่ง (Air Waybill, IATA, iata.org) ส่วนมติที่ 672 ว่าด้วยใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Air Waybill Resolution 672 (MeA) นั้น ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องใช้ AWB แบบกระดาษไปแล้ว (e-freight, IATA, iata.org) สำหรับ Dragon Courier เอง จะออกเอกสารนี้ให้หนึ่งใบต่อหนึ่งการจัดส่ง และหมายเลขอ้างอิงเดียวกันนี้ก็จะติดไปกับกล่องพัสดุจนถึงหน้าประตูบ้านผู้รับเลย
Master Air Waybill หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า MAWB นั้น ออกโดยสายการบินเป็นผู้จัดทำเอกสารนี้ขึ้นมา และเอกสารนี้ก็ทำหน้าที่ยืนยันว่าสินค้าล็อตนั้น ๆ ได้ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว (อ้างอิงตาม VEXP110100, HMRC internal manual, gov.uk) ส่วนทางฝั่งตัวแทนขนส่งสินค้าหรือ Freight agents เอง ก็จะนำ Master air waybill ที่สายการบินออกให้นี้ มาใช้เป็นฐานในการจัดทำ House air waybill หรือ HAWB ของตัวเองขึ้นมาอีกที เพื่อออกให้กับลูกค้าแต่ละรายของตน (อ้างอิงตาม VEXP110200, HMRC internal manual, gov.uk) พูดง่าย ๆ ในฝั่งของสินค้า ผู้ส่งของจะถือเอกสาร House เอาไว้ ในขณะที่สายการบินจะเป็นฝ่ายถือเอกสาร Master เอาไว้
การคำนวณน้ำหนักปริมาตรเนี่ย มันเปลี่ยนราคาได้ยังไง
น้ำหนักที่คิดเป็นค่าส่ง หรือ Chargeable weight นี่แหละครับที่เป็นตัวตัดสินราคาในใบแจ้งหนี้ ไม่ว่าจะส่งผ่านช่องทางไหนก็ตาม แต่ทั้งสองช่องทางนี้ไม่ได้ใช้ตัวหารเดียวกัน ฝั่ง Air cargo จะเอาความยาวคูณความกว้างคูณความสูง หน่วยเป็นเซนติเมตร แล้วหารด้วย 6,000 ในขณะที่ฝั่งเครือข่าย Express กับ courier จะหารด้วย 5,000
ตามกฎของ IATA เรื่องอัตราค่าระวางและกฎการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo Tariffs and Rules) วิธีคำนวณน้ำหนักตามปริมาตรโดยทั่วไปก็คือ เอาปริมาตรของสินค้าที่มีหน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตรมาหารด้วย 6000" (Air Cargo Tariffs and Rules: What You Need to Know, IATA, iata.org). "แล้วดูว่าตัวเลขไหนสูงกว่ากันระหว่างน้ำหนักตามปริมาตรกับน้ำหนักจริง ตัวเลขที่สูงกว่านั้นแหละที่จะถูกนำไปใช้คิดค่าขนส่งทางอากาศ
Blue Dart คือบริการเดลิเวอรี่แบบด่วนที่ Dragon Courier เลือกใช้เวลาต้องการส่งของให้เร็วขึ้น และทาง Blue Dart เองก็มีการกำหนดสูตรการคิดคำนวณของตัวเองเอาไว้ในข้อกำหนดการใช้งาน "Volume weight of the shipment, in kilograms, is its gross cubic volume in cubic centimeters divided by 5000" (Terms and Conditions, Blue Dart, bluedart.com)
กล่องขนาด 60 คูณ 50 คูณ 40 เซนติเมตร ชั่งน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม มีปริมาตรอยู่ที่ 120,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร เมื่อนำไปหารด้วย 5,000 จะได้น้ำหนักคิดค่าขนส่งของบริษัทคูเรียร์อยู่ที่ 24 กิโลกรัม ส่วนเมื่อหารด้วย 6,000 จะได้น้ำหนักคิดค่าขนส่งทางอากาศอยู่ที่ 20 กิโลกรัม ทั้งสองตัวเลขนี้สูงกว่าน้ำหนักจริงบนตาชั่งที่ 15 กิโลกรัม Dragon Courier คิดราคาจากน้ำหนักและขนาด โดยอ้างอิงตามประเทศปลายทาง และไม่มีการบวกค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มเติมภายหลัง
ตรงจุดที่ราคาตัดกันจริง ๆ อยู่ตรงนี้เอง
อัตราค่าขนส่งสินค้าทางอากาศ (air cargo freight rate) จะครอบคลุมแค่ค่าเที่ยวบินเท่านั้น แต่ถ้าเป็นอัตราค่าขนส่งแบบเคอรี่เยอร์ (courier rate) จะครอบคลุมทั้งค่าเที่ยวบิน ค่าพิธีการศุลกากร และค่าจัดส่งด้วย
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ยังไม่รวมบริการอย่างการขนถ่ายสินค้า การผ่านพิธีการศุลกากร การรับพัสดุ การจัดส่ง ค่าเทอร์มินอล ค่าจัดเก็บสินค้า และอื่น ๆ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น (Air Cargo Tariffs and Rules: What You Need to Know, IATA, iata.org) แต่ละรายการเหล่านี้จะถูกคิดเพิ่มจากอัตราค่าขนส่งสินค้า โดยผู้รับจัดการขนส่ง เทอร์มินอล หรือนายหน้าศุลกากรเป็นผู้เรียกเก็บเอง ในขณะที่ราคาของ Dragon Courier นั้นรวมทั้งการผ่านพิธีการศุลกากรและการจัดส่งถึงหน้าประตูไว้แล้ว โดยมีภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มรวมอยู่ในค่าบริการ สำหรับการจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สิ่งที่เล่นไม่ได้บนทั้งสองช่องทาง
กฎเรื่องสินค้าอันตราย ใช้บังคับทั้งกับสินค้าที่ส่งแบบคาร์โก้และแบบพัสดุด่วนเหมือนกัน เพราะทั้งสองแบบต่างก็ถูกบรรทุกอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกัน
IATA ระบุว่าคู่มือ Dangerous Goods Regulations หรือ DGR คือมาตรฐานอ้างอิงระดับโลกสำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศ และเป็นมาตรฐานเดียวที่สายการบินทั้งหลายยอมรับ ฉบับที่ 67 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เอกสารข้อมูลเรื่องแบตเตอรี่ลิเธียมของ IATA ระบุว่า แบตเตอรี่ลิเธียมที่ส่งเดี่ยว ๆ โดยไม่มีอุปกรณ์ประกอบนั้น จำกัดให้ขนส่งได้เฉพาะทางเครื่องบินขนส่งสินค้าเท่านั้น และต้องส่งในสถานะที่มีระดับการชาร์จไฟไม่เกินร้อยละ 30 ของความจุที่กำหนดไว้
Dragon Courier ไม่รับส่งแบตเตอรี่ ของที่เกี่ยวข้องกับศาสนา หรือสิ่งของผิดกฎหมายใด ๆ ไปยังทุกประเทศ กล่องที่ถูกกักไว้ที่จุดตรวจสอบการสำแดงสินค้าไม่ว่าช่องทางไหนก็ตาม จะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ส่วนพัสดุที่ติดอยู่ที่ศุลกากรนั้น ยิ่งแจ้งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งติดตามได้เร็วเท่านั้น
บทบาทของกรมศุลกากรไทยในการช่วยดึงกล่องออกมา
สินค้าทุกชิ้นที่ส่งออกจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ไปทางคาร์โก้หรือทางบริษัทขนส่งด่วน ก็ต้องผ่านการสำแดงส่งออกแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินได้
ผู้ส่งออกสามารถส่งข้อมูลด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ตัวแทนออกของ (customs broker) เป็นผู้ส่งข้อมูลแทน หรือจะมอบหมายให้เคาน์เตอร์บริการ (service counter) เป็นผู้ส่งข้อมูลก็ได้ (Procedures and Documentary Requirement, Thailand National Trade Repository, thailandntr.com) ในพอร์ทัลเดียวกันนี้ยังระบุเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นไว้ด้วย ได้แก่ ใบกำกับสินค้า (invoice) บัญชีรายละเอียดสินค้าหรือ packing list ในกรณีที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตส่งออกในกรณีที่สินค้านั้นเป็นของควบคุมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วน Dragon Courier จะเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาออกให้กับการขนส่งของตัวเอง พร้อมทั้งดูแลพิธีการศุลกากรให้ทั้งฝั่งต้นทางและปลายทาง
ขนส่งทางอากาศเทียบกับขนส่งแบบเคอเรียร์ วางเทียบกันให้เห็นชัด ๆ
เอกสารขนส่งแบ่งตามประเภทการขนส่งดังนี้ ถ้าเป็นการขนส่งทางเครื่องบิน (Air cargo) จะมี Master Air Waybill ที่ออกให้กับผู้รับจัดการขนส่ง (forwarder) และ House Air Waybill ที่ออกให้กับผู้ส่งของ (shipper) ส่วนบริการเคอรีเออร์หรือส่งด่วน (Courier / express) จะใช้ waybill ใบเดียวภายใต้สัญญาฉบับเดียว
ใครเป็นคนจอง ถ้าเป็นการขนส่งทางอากาศแบบ Air Cargo คนที่จองคือ Freight Forwarder ซึ่งเป็นตัวแทนขนส่งที่แยกต่างหากจากสายการบิน ส่วนแบบ Courier หรือ Express คนที่จองคือตัวคูเรียร์เอง
การผ่านพิธีการศุลกากรนั้น ถ้าเป็นสินค้าที่ส่งทางเครื่องบิน (Air cargo) ต้องผ่านชิปปิ้งหรือนายหน้าศุลกากรแยกต่างหาก ส่วนถ้าส่งผ่านบริษัทขนส่งด่วนหรือคูเรียร์ (Courier / express) เรื่องนี้จะรวมอยู่ในบริการของบริษัทขนส่งนั้นเลย ไม่ต้องหาชิปปิ้งเพิ่ม
ระยะการจัดส่งจะสิ้นสุดตรงไหนนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีขนส่งที่เลือกใช้ ถ้าเป็นการขนส่งทางอากาศ (Air cargo) จุดสิ้นสุดจะอยู่ที่สนามบินปลายทาง เว้นแต่จะมีการเพิ่มบริการขนส่งทางรถบรรทุกต่อ ส่วนถ้าเป็นบริการเคอรีเยอร์หรือส่งด่วน (Courier / express) จุดสิ้นสุดจะอยู่ที่หน้าประตูบ้านของผู้รับเลยทีเดียว
ตัวหารปริมาตรที่ใช้คำนวณน้ำหนักตามปริมาตร สำหรับสินค้าทางอากาศ (air cargo) ตามมาตรฐาน IATA จะใช้ตัวหาร 6,000 ส่วนงานขนส่งแบบเร่งด่วนหรือ courier / express อย่าง Blue Dart และเครือข่ายขนส่งด่วนเจ้าอื่น ๆ จะใช้ตัวหาร 5,000
สิ่งที่รวมอยู่ในค่าบริการมีอะไรบ้าง สำหรับการขนส่งทางอากาศแบบ Air cargo ราคานี้คิดเฉพาะค่าเที่ยวบินเท่านั้น ตามกฎอัตราค่าระวางของ IATA ส่วนแบบ Courier หรือ express นั้น ราคาเดียวครอบคลุมทั้งเที่ยวบิน การผ่านพิธีการศุลกากร และการจัดส่งให้เรียบร้อยในคราวเดียว
Dragon Courier จัดการเรื่องนี้อย่างไร
Dragon Courier ส่งของทุกชิ้นทางเครื่องบิน แล้วเคลียร์ศุลกากรเองโดยตรง จากนั้นส่งถึงหน้าประตูบ้านด้วยระบบเคอรี่เออร์ในกว่า 200 ปลายทาง ไม่มีการจำกัดจำนวนพัสดุหรือปริมาณรวมแต่อย่างใด ราคาคิดตามน้ำหนักและขนาดของกล่อง โดยเสนอราคาแยกตามประเทศปลายทาง ซึ่งรวมภาษีศุลกากรและภาษีต่าง ๆ ไว้แล้วสำหรับตลาดหลัก ๆ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือค่าบริการเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น
Blue Dart Express บินตรงและส่งถึงมือผู้รับภายใน 5 ถึง 8 วัน เริ่มต้นที่น้ำหนัก 5 กิโลกรัมขึ้นไป คิดราคาเป็นช่วงตั้งแต่ 199 ถึง 225 บาทต่อกิโลกรัม พัสดุทุกชิ้นจะถูกเก็บไว้ในคลังสินค้าที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2018 และลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่ต้องสมัครบัญชีก็เริ่มส่งของได้ทันที และยังมีทีม IT ภายในบริษัทคอยซัพพอร์ตลูกค้าที่ต้องการเชื่อมต่อบริการนี้เข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเองด้วย
เกี่ยวกับ Dragon Courier
Dragon Courier คือบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ ที่ให้บริการจัดส่งจากประเทศไทยไปยังปลายทางกว่า 200 แห่งทั่วโลก ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากงานตัดเย็บเสื้อผ้าเมื่อ 30 ปีก่อน และบริหารงานโดยทีมผู้บริหารชุดเดิมมาตลอดแทบทั้งช่วงเวลานั้น ทุกวันนี้บริษัทมีการจัดส่งมากกว่า 20,000 ชิ้นต่อเดือน โดยครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากรและภาษีอื่น ๆ ในตลาดหลัก ๆ ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
การขนส่งทางอากาศแบบ air cargo ถูกกว่าการส่งผ่านบริษัทขนส่งด่วนอย่างคูเรียร์จริงไหม ถ้าเราจะส่งสินค้าจากประเทศไทย
อัตราค่าขนส่งทางอากาศที่เขาคิดกันนั้น จริง ๆ แล้วคือค่าเที่ยวบินอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนค่าดำเนินการที่ปลายทาง ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร และค่าจัดส่งรอบสุดท้าย จะถูกคิดเพิ่มขึ้นมาต่างหาก แต่ละรายการก็มีค่าขั้นต่ำของตัวเองอีก ในขณะที่ราคาคูเรียร์จาก Dragon Courier นั้น รวมค่าดำเนินพิธีการศุลกากร ค่าจัดส่ง และในตลาดหลัก ๆ ก็รวมภาษีศุลกากรกับภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ให้แล้วในราคาเดียว ดังนั้นสำหรับพัสดุและกล่องทั่วไป ราคาคูเรียร์จึงมักจะเป็นยอดรวมที่ถูกกว่า
Dragon Courier ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการจองส่งพัสดุ
เราต้องขอรายละเอียดของภายในพัสดุ พร้อมทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้รับด้วยค่ะ
Dragon Courier ดูแลเรื่องพิธีการศุลกากรให้ทั้งสองฝั่งเลยไหม
ใช่ครับ นี่คือจุดขายหลักของ Dragon Courier เลย เราดูแลให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่งถึงหน้าประตูบ้านแบบครบวงจร
มีการจำกัดน้ำหนักสูงสุดสำหรับการจัดส่งหรือไม่
ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศด้วย เพราะแต่ละประเทศมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป หากต้องการรายละเอียดเฉพาะเจาะจง สามารถติดต่อทีมงานของเราได้เลย
มีสินค้าบางประเภทที่ Dragon Courier ไม่รับส่งทางเครื่องบินด้วยหรือเปล่า
ใช่ค่ะ มีสินค้าอีกหลายอย่างที่เราไม่ส่งไปยังประเทศไหนเลยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นของเกี่ยวกับศาสนา แบตเตอรี่ และของผิดกฎหมายต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้มีแค่นี้นะคะ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการตรวจสอบก็คือ แจ้งชื่อสินค้ามาตอนขอใบเสนอราคาเลยค่ะ
ผู้ติดต่อและอัตราการหลุดหาย
แค่บอกว่าในกล่องมีอะไรบ้าง และจะส่งไปที่ไหน ก็เพียงพอแล้วสำหรับการขอใบเสนอราคา ติดต่อได้ที่ออฟฟิศ +66 2656 9019, WhatsApp และ LINE ที่ +66 6-5937-0812 หรืออีเมล info@dragoncourier.com
ที่จุดรับส่งเอกสาร คุณสามารถนำมาส่งได้ถึงเวลา 17:00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ที่สำนักงานกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 4 (อาคาร Crystal Garden Building เลขที่ 217/3 ชั้น 3 คลองเตย 10110) หรือจะไปที่สำนักงานเชียงใหม่บนถนนเวียงบัวก็ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนัดให้ไปรับถึงที่ได้ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา โดยเลือกวันและเวลาที่สะดวกได้ตามต้องการ
กำลังส่งของจากประเทศไทยใช่ไหม
บอกเราว่าคุณจะส่งอะไรและไปที่ไหน แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม
ขอใบเสนอราคา


